


คำประกาศราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ
พ.ศ. ๒๕๔๒ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
แด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ
ด้วยสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในคราวประชุมครั้งที่ ๕/๒๕๓๐ เมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๓๐ ลงมติอุนมัติให้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาดนตรี แด่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ในฐานะที่ทรงเป็นเอตทัคคะในการดนตรี กล่าวคือนอกจากจะทรงพระปรีชาสามารถในหลักวิชาการดนตรีทั้งสากลและไทยอย่างลึกซึ้ง กว้างขวางแล้ว ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทยังทรงเป็นนักดนตรีที่เชี่ยวชาญการบรรเลงเครื่องดนตรี เกือบทุกชนิดทรงเป็นนักประพันธ์เพลง นักแยกและเรียบเรียงเสียงประสานที่ทรงพระปรีชาสามารถอย่างสูง
ตลอดเวลาที่ผ่านมาในรัชสมัยของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท พสกนิกรชาวไทยตระหนักดี ว่าใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงมีพระราชนิยมในทางศิลปะและดนตรีเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการพระราชนิพนธ์เพลงและการทรงดนตรี เมื่อทรงว่างจากพระราชกรณียกิจ ด้วยเหตุที่ทรงสน พระราชหฤทัยอย่างแท้จริง ทรงศึกษาดนตรีและทรงได้รับการฝึกหัดถวายบทเรียนตามแบบ ฉบับการศึกษาวิชาดนตรีอย่างแท้จริงมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ผนวกกับพระอัจฉริยภาพทางด้านศิลปะในใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท จึงมีผลให้ทรงมีพระปรีชาสามารถรอบรู้ทางด้านดนตรีและ ทรงสามารถบรรเลงเครื่องดนตรีได้เกือบทุกชนิดและโดยเหตุที่ทรงมีพระราชหฤทัยโปรดที่จะทรงดนตรีแบบแจ๊สและเครื่องเป่าต่าง ๆ จึงทรงชำนาญการบรรเลงเครื่องดนตรีประเภทนี้เป็นพิเศษ และทรงได้รับการถวายการยกย่องว่าทรงเป่าโซปราโนแซกโซโฟนได้ดีที่สุดในประเทศไทย
ในการสร้างสรรค์ทางดนตรี ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ได้ทรงสนับสนุนในอเนกประการ อาทิเช่นทรงสนับสนุนให้ผู้ที่เล่นดนตรีรวบรวมผู้สมัครใจโดยไม่แบ่งแยกระดับความสามารถ รวบรวมกันตั้งเป็นวงดนตรีที่เรียกว่า “วงลายคราม” ในสมัยแรก ๆ นับเป็นการส่งเสริมกำลังใจ แก่นักดนตรีทั้งหลายและเป็นการขยายผลงานให้แพร่หลายต่อไปด้วย และในด้านดนตรี สำหรับประชาชนก็ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สถานีวิทยุ อ.ส. พระราชวังดุสิตจัดให้มีการแสดงดนตรีสำหรับประชาชนขึ้นที่สวนอัมพรเป็นประจำในบ่ายวันพุธ และเช้าวันอาทิตย์ก่อนที่จะมีสถานีวิทยุโทรทัศน์เกิดขึ้น มีการบรรเลงดนตรีไทย และดนตรีสากลทุกประเภทของวงดุริยางค์ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ตำรวจ กรมประชาสัมพันธ์ และวงเอกชน โดยผลัดเปลี่ยนกันมาร่วมแสดงให้ประชาชนได้ชม ต่อมาก็ได้โปรดเกล้าฯ ให้รวบรวมนักดนตรีจัดตั้งเป็น “วง อ.ส. วันศุกร์” นอกจากนี้ยังได้ทรงสร้างวงแตรวง “สหายพัฒนา” โดยรวมจากผู้ที่ปฏิบัติราชการใกล้ชิดกับใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทในการตาม เสด็จฯ ไปพัฒนาชนบทในภูมิภาคต่าง ๆ เป็นประจำ เช่น คณะแพทย์ ราชองครักษ์ เจ้าหน้าที่ หน่วยรักษาความปลอดภัย นักเกษตรในพระราชสำนัก และข้าราชบริพาร ซึ่งส่วนใหญ่ไม่เคย เล่นดนตรีมาก่อน แต่จากที่ได้รับพระราชทานการฝึกสอนและด้วยกลวิธีการสอนพิเศษในใต้ ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทำให้วงดนตรีสหายพัฒนาสามารถบรรเลงเพลงได้ดี นับเป็นการช่วย เสริมงานพัฒนาชนบทอีกทางหนึ่ง
อนึ่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทยังทรงสนับสนุนการดนตรีของนักเรียนนิสิตนักศึกษาในทุกระดับ เมื่อมีพระราชวโรกาสก็เคยเสด็จฯ ไปทรงดนตรี ณ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ และวิทยาลัยบางแห่งเป็นการส่วนพระองค์ ทำให้นิสิตนักศึกษามีโอกาสเฝ้าชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังได้พระราชทานโอกาสให้นักดนตรีนักเรียนโรงเรียนวชิราวุธฯ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ และวิทยาลัยพยาบาล เป็นต้น มาแสดงออกอากาศในวันศุกร์บ่าย ณ ห้องส่งสถานีวิทยุ อ.ส. บางครั้งก็ทรงดนตรีร่วมด้วย นับเป็นการพัฒนาวงดนตรีสากลของไทยให้ก้าวหน้าอีกทางหนึ่ง ด้วย
ในด้านการพระราชนิพนธ์เพลง ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงพระราชนิพนธ์ และทรงมีส่วนร่วมในการประพันธ์เพลงไว้มากเป็นจำนวนถึง 43 เพลง มีทั้งเพลงบรรเลง เพลงขับร้อง และเพลงประกอบการแสดง มีท่วงทำนองหลากหลายมิได้จำกัดอยู่แต่ในแบบใดแบบหนึ่ง ทรงพระราชนิพนธ์คำร้องไว้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพลงพระราชนิพนธ์ทุกเพลงเป็นที่ ซาบซึ้งประทับใจของพสกนิกรเป็นอันมาก เพราะนอกจากจะมีความไพเราะอย่างวิเศษแล้ว ยังเป็นเพลงที่มีคติประโยชน์นานัปการอีกด้วย
ภาษาดนตรีเป็นภาษาสากล สามารถเข้าใจและเล่นดนตรีร่วมกันได้ทุกแห่งทุกประเทศ ทั่วโลก ดังจะเห็นได้ว่าพระปรีชาสามารถด้านการดนตรีในใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทไม่เพียงแต่ จะสร้างความประทับใจให้แก่พสกนิกรชาวไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ชื่นชม นิยมยกย่องของชาว ต่างประเทศอีกด้วย ดังจะเห็นได้จากการที่วงดนตรีและคณะละครชั้นนำของต่างประเทศได้ อัญเชิญเพลงพระราชนิพนธ์ไปบรรเลงในโอกาสต่าง ๆ และสถาบันการดนตรีและศิลปะอันเก่า แก่และมีชื่อเสียงแห่งกรุงเวียนนาได้ทูลถวายปริญญาสมาชิกกิตติมศักดิ์อันดับที่ ๒๓ แด่ใต้ ฝ่าละอองธุลีพระบาท เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๐๗ โดยที่ทรงเป็นชาวเอเชียแต่เพียงพระองค์เดียวที่ทรงได้รับการถวายพระเกียรติเช่นนี้ นับเป็นเรื่องที่พสกนิกรชาวไทยทุกคนภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง
ถึงแม้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทจะทรงเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในทางดนตรีสากล แต่ก็มิได้ทรงละเลยดนตรีไทยอันเป็นมรดกทางศิลปะของชาติ ทรงเห็นว่าวิชาดนตรีไทยอาศัยการถ่ายทอดสืบต่อกันมาด้วยความทรงจำเป็นพื้น เป็นการสมควรที่จะรวบรวมเพลงที่เป็นหลักไว้มิให้เสื่อมสูญและผันแปรไปจากหลักเดิม โดยบันทึกโน้ตเพลงไว้ให้ถูกต้องแล้วจัดพิมพ์ขึ้นไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งยังมิได้มีการจัดทำอย่างครบถ้วนสมบูรณ์แบบมาแต่ก่อน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานข้อแนะนำในการเรียบเรียงและแก้ไขตำราเดิมให้พระเจนดุริยางค์และกรมศิลปากร รับไปดำเนินการจัดทำและจัดพิมพ์ฉบับใหม่ขึ้นเพื่อใช้เป็นแบบเรียนจนถึงปัจจุบันนี้ ทั้งยังทรง สละพระราชทรัพย์ในการจัดพิมพ์ด้วย การครั้งนี้นอกจากจะเป็นการรักษาศิลปะดนตรีไทยไว้ แล้ว ยังเป็นการเผยแผ่วิชาดนตรีไทยออกไปในหมู่ประชาชนให้เป็นที่รู้จักกันแพร่หลายยิ่งขึนด้วย นอกจากนี้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทยังทรงริเริ่มให้มีการวิจัยเกี่ยวกับดนตรีไทยในด้านปัญหาความแตกต่างระหว่างบันไดเสียงของเครื่องดนตรีไทยต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์ยิ่งต่อวิชาการดนตรีไทยในปัจจุบัน
ด้วยพระปรีชาสามารถและมีพระอัจฉริยภาพในทางด้านการดนตรีอย่างแท้จริง ทั้งในฐานะที่ทรงเป็นนักดนตรี และนักประพันธ์เพลง กอปรกับทั้งยังมีพระคุณูปการต่อวงการ ดนตรีในประเทศอย่างมหาศาลในใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ดังได้กราบบังคมทูลพระกรุณาแล้ว สภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงเห็นสมควรอย่างยิ่งที่จะทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาดนตรีแด่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติให้ปรากฏสืบไป
![]()





